องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย


หรือเรียกโดยย่อว่า "ส.ส.ท." (อังกฤษ: Thai Public Broadcasting Service : TPBS) เป็นหน่วยงานของรัฐแต่มิใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ โดย เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย มีหน้าที่เป็นสื่อสาธารณะด้านวิทยุกระจายเสียงและ วิทยุโทรทัศน์ ดำเนินกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ด้วยทุน ทรัพย์สิน และรายได้ของตน ภายในวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนา สังคมให้มีคุณภาพและคุณธรรมผ่านข่าวสารที่เที่ยงตรง เพื่อผลิตรายการข่าวสารที่มีสารประโยชน์ทางด้านการศึกษาและสาระบันเทิงในสัดส่วนที่เหมาะสม ทั้งนี้ โดยปราศจากอคติทางการเมืองและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ และโดยยึดถือประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก

ที่สำคัญ ประวัติและการทำงานขององค์การฯนั้น มีวิวัฒนาการและการออกอากาศที่ต่อเนื่องมาจาก สถานีโทรทัศน์ไอทีวี และ สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี อีกด้วย ซึ่งเริ่มต้นแพร่ภาพออกอากาศครั้งแรกตั้งแต่วันที่1 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา

องค์การฯ ได้ดำเนินกิจการสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ออกอากาศทางโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟทางช่อง 29 ต่อจากสถานีโทรทัศน์ไอทีวีและทีไอทีวีอีกด้วย

ความเป็นมาของสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย
กำเนิดขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เริ่มขึ้นเมื่อคำสั่งศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2549 ที่ว่า ไอทีวี
ต้องจ่ายค่าสัมปทานกว่า 1 แสนล้านบาท โดยลดค่าสัมปทานตั้งแต่ 1 เมษายน 2547 - 12 ธันวาคม 2549 โดยลดจากปีละ 1000 ล้านบาท เป็น 500
ล้านบาท ต่อปี โดยศาลปกครองมีคำสั่งว่า ต้องกลับไปจ่ายค่าสัมปทานปีละ 1000 ล้านบาท ต่อปีเหมือนเดิม และต้องปรับผังรายการในช่วงพาร์มไทม์
( 19.30 - 21.30 น. ) โดยต้องมีสาระ ร้อยละ 70 บันเทิง ร้อยละ 30 ตั้งแต่ 1 เมษายน 2547 กลับไปขอเรื่องต่อ อนุญาโตตุลาการว่ามีสาระ ร้อยละ
50 บันเทิง ร้อยละ 50 และหลังจากนั้นทางไอทีวี หาค่าปรับมาจ่ายสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้ โดยต้องยึดสัมปทาน กลับมาเป็นของ
รัฐบาล เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2550 และต้องออกอากาศในชื่อใหม่ คือ ทีไอทีวี โดยออกอากาศตั้งแต่ 8 มีนาคม 2550 - 14 มกราคม 2551 โดยสีแดง
เป็นสีประจำสถานีเหมือนเดิม กลางปีพ.ศ. 2550 คณะรัฐมนตรีของรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ มีมติให้ทีไอทีวี เป็นทีวีสาธารณะ และ ต้องร่าง
พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยพ.ศ. 2551 มีผลบังคับใช้ โดย กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี
ได้มีคำสั่ง ที่25/2551 ลงวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2551 สั่งให้บริษัท ไอทีวี จำกัด ยุติการแพร่ภาพออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ของตนเป็นการถาวร
อันเนื่องมาจากกรณีพิพาทเกี่ยวกับสัมปทานและคลื่นความถี่ระหว่างรัฐและบริษัท เพื่อให้รัฐรับกิจการไปดำเนินการแทน ซึ่งก่อนหน้าที่สำนักงาน
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้กำกับดูแลอยู่เป็นการชั่วคราวแล้วและเปลี่ยนชื่อสถานีโทรทัศน์พิพาทจาก "ไอทีวี" เป็น "ทีไอทีวี" โดยองค์การกระจาย
เสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ซึ่งมี
ผลใช้บังคับในวันเดียวกันนั้น ได้รับโอนกิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ คลื่นความถี่ และภาระผูกพันของสำนักงานปลัดสำนัก
นายกรัฐมนตรีมาดำเนินการต่อ ทั้งนี้ ตามความในมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

ซึ่งในเวลา 00.08 นาฬิกาของวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 กรมประชาสัมพันธ์ได้ตัดสัญญาณการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี และ
เปลี่ยนมาออกอากาศนโยบายของสถานีวิทยุโทรทัศน์สาธารณะสลับกับสารคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรม
หลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยทั้งหมดส่งสัญญาณจากอาคารที่ทำการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพมหานคร

กระทั่งเวลา 15.30 นาฬิกาของวันที่ 17 มกราคม องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยจึงเริ่มดำเนินการ สถานีโทรทัศน์ทีพีบี
เอส อย่างเต็มตัว โดยได้ออกอากาศรายการพิเศษ "นับหนึ่งโทรทัศน์สาธารณะไทย TPBS" จากห้องส่งสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถนน
เพชรบุรีตัดใหม่ เป็นครั้งแรก และนับเป็นรายการสดที่ออกอากาศจริงทางสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวเป็นครั้งแรก โดยเนื้อหาของรายการเป็นการอธิบาย
และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสถานีโทรทัศน์ มีนางสาวณาตยา แวววีรคุปต์ อดีตผู้สื่อข่าวไอทีวีชุดกบฎไอทีวี เป็นผู้ดำเนินรายการ และ
มีผู้ร่วมรายการคือนายขวัญสรวง อติโพธิ นายณรงค์ ใจหาญ และนายอภิชาติ ทองอยู่ กรรมการนโยบายชั่วคราวขององค์การฯ เป็นวิทยากร

หลังจากนั้น สถานีโทรทัศน์ทีพีบีเอสได้ออกอากาศรายการสารคดีอย่างต่อเนื่อง กระทั่งได้กลับมาออกอากาศทางช่อง 29 อันเป็นช่องไอทีวีเดิมอีก
ครั้ง และเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ได้เปิด "สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส" ขึ้นอย่างเป็นทางการแทนที่สถานีโทรทัศน์ทีพีบีเอส แต่คงใช้ตรา
สัญลักษณ์แบบเดียวกับของเดิม เพียงเปลี่ยนชื่อด้านล่างตรา พร้อมทั้งประกาศผังรายการใหม่เพื่อทดลองออกอากาศในระยะแรกระหว่างวันที่ 1 ถึง
14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ซึ่งในช่วงเวลา 18.00-24.00 น. มีรายการที่สำคัญ คือ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง ไทยพีบีเอส" ในเวลา 20.00 น ซึ่งเป็นรายการสด จัดโดยฝ่ายข่าวและฝ่าย
รายการของไทยพีบีเอส มีเนื้อหาเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม เกี่ยวกับทัศนคติว่าด้วยทีวีสาธารณะและความเหมาะ
สมในการออกอากาศรายการประเภทต่าง ๆ ในแต่ละช่วงเวลา

ส่วนช่วงเวลา 05.00-18.00 นาฬิกา เป็นการฉายสารคดีซึ่งเดิมทีได้ฉายเป็นปรกติอยู่แล้วในช่วงก่อนเปิดสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ส่วนผังรายการ
อื่นในระยะแรกมีการนำละครอิงประวัติศาสตร์อย่าง "สามก๊ก" ละครเด็ก "นะโม ฮีโร่ผู้น่ารัก" รายการคุยข่าว "ตอบโจทย์" รายการดนตรีที่ไม่ใช่เพลง
ตลาดอย่าง "ดนตรีกวีศิลป์" กับ "วันโอเอทมิวสิก (108 Music)" รายการสนทนาปัญหาสังคมอย่าง "เปิดปม" กับ "สถานีประชาชน" รายการหนังสั้น "
ฮอตชอร์ตฟิล์ม (Hot Short Film)" จับกลุ่มวัยรุ่น ตลอดจนรายการสารคดีท่องโลกและธรรมชาติ

ส่วนรายการข่าวนั้น ทางองค์การฯ ได้เห็นชอบให้อดีตพนักงานฝ่ายข่าวของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีเดิมจำนวนสองร้อยเจ็ดสิบสี่คนจากทั้งหมดสามร้อย
เก้าสิบเก้าคนเป็นผู้ดำเนินการไปพลางก่อนในระยะเริ่มแรก เป็นต้นว่า นายชัยรัตน์ ถมยา นางสาวประวีณมัย บ่ายคล้อย นายเกื้อกูล นุตะเวช ซึ่งผู้
ประกาศข่าวคู่แรกของสถานีฯ ได้แก่ นายภัทร จึงกานต์กุล และนางสาวปิยณี เทียมอัมพร

ส่วนรายการทั่วไปของสถานีฯ นั้น เน้นการนำเสนอสารคดี ตลอดจนรายการสำหรับเด็กและเยาวชน

สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้ออกอากาศโดยมีการปรับผังรายการเป็นระยะในช่วงต้นเดือนของแต่ละเดือน จนกระทั่งวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2551
องค์การฯ จึงจัดงานเปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่ของสถานีฯ ตามที่ได้จัดประกวดไปก่อนหน้านี้ (ดู องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศ
ไทย#ตราสัญลักษณ์ขององค์การและสถานีโทรทัศน์ เพิ่มเติม) พร้อมเปลี่ยนชื่อสถานีอีกครั้งเป็น "ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ" ส่วนชื่อไทยพีบีเอสใช้
เป็นชื่อขององค์การเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ได้มีการปรับผังรายการให้มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนรวมถึงความบันเทิงเชิงสาระมากขึ้น

ที่มา : สารานุกรมเสรี

HOME